พวกเราประกอบด้วยเรา หมอปุ้ม จุ๋ย ชัย พี่ฮุ้งและพี่เล็ก รวม 6 คน ซื้อแพคเกจทัวร์มันนอก รีสอร์ท ไอส์แลนด์ คนละ 3,450 บาท
คราวนี้เราขับรถไประยองเอง ออกจากบ้าน 6.00 น. เจอฝนตกเรื่อยๆ ตลอดทาง ถึงแกลงประมาณ 11.00 น. ส่วนพวกพี่ฮุ้งกับพี่เล็กมารถอีกคันซึ่งถึงก่อนเรานานมาก (เพราะออกจากบางนา) แวะกินข้าวและเจอกันที่อ่าวไข่ มื้อนี้เลยได้กินซีฟู้ดเต็มที่ จากอ่าวไข่เราเอารถไปจอดที่ท่าเรือแหลมตาลซึ่งที่จอดรถเป็นของรีสอร์ท คิดค่าจอดคันละ 50 บาท จากนั้นก็รอเวลาที่เรือจะมารับ ซึ่งหมอปุ้มอัดยาแก้เมาเรือเข้าไปเต็มที่ (แต่เราคิดว่าคงไม่ได้ผลเหมือนทุกทีแหละ) แล้วก็จริงตามคาด นั่งเรือไปซักพัก ยัยหมอปุ้มก็เริ่มเวียนหัว หน้าซีด แต่ก็มีพวกที่เป็นเหมือนกันอยู่ 2 – 3 คน คนอื่นๆ ที่ลงเรือมาพร้อมกันส่วนใหญ่จะมากันทั้งครอบครัวทั้งอากง อาม่า และลูกเด็กเล็กแดง รวมๆ แล้วประมาณ 30 คน เห็นจะได้ เรือจะออกจากท่าทุกวันตอน 13.00 น. ใช้เวลาแล่น 45 นาที (ที่หมอปุ้มคงนึกว่า 45 ชั่วโมง) ก็ถึงเกาะ ได้ยินคนข้างๆ พูดถึงเรื่องค่าทัวร์ ทำให้เรารู้ว่ากลุ่มเราซื้อทัวร์ได้ถูกกว่าประมาณ 1,000 บาท เพราะจองแพคเกจในงานท่องเที่ยวไทย
เมื่อไปถึงจะมีเรือเล็กมารับพวกเราเข้าเกาะอีกทีหนึ่ง จากนั้นก็ขนข้าวของเข้าบ้าน ซึ่งเป็นบ้านขนาด 6 คน ข้างนอกตกแต่งด้วยไม้สานอย่างดี แต่ข้างในเป็นเตียง 2 ชั้น เตียงล่างนอนได้ฝั่งละคน ส่วนเตียงบนนอนฝั่งละ 2 คน ซึ่งพี่ฮุ้งกับพี่เล็กอาศัยความอาวุโสจับจองเตียงล่างไปก่อน ที่เจ๋งที่สุดคือห้องอาบน้ำที่แบ่งเป็น 2 ฟาก ฟากละห้อง มีเพียงปูนก่อขึ้นมากั้นไว้ ไม่มีเพดานและประตูของแต่ละห้องแต่อย่างใด มีเพียงประตูกระจกใสกั้นตัวบ้านกับห้องอาบน้ำอยู่ โชคดีที่บ้านของพวกเราอยู่ด้านในสุดซึ่งเป็นที่สูงเลยคิดว่าคงไม่มีใครมาแอบดู (และอาจจะมองเห็นบ้านที่อยู่ด้านล่างลงไปแทน..แต่ก็ผิดหวัง) พอเปิดห้องอาบน้ำเข้าไปก็เจอนกยูงเกาะอยู่ พวกเราก็เลยเฮกันไปถ่ายรูปกันใหญ่ หลังจากนั้นถึงค่อยรู้ว่ามีนกยูงอยู่เต็มเกาะไปหมด
หลังจากใช้เวลาสำรวจบ้านนานพอสมควร พวกเราก็เดินเรื่อยๆ มาที่ชายหาด ซึ่งมีกระท่อมเป็นหลังๆ ทำไว้ให้นั่งๆนอนๆ รับลม พวกพี่ฮุ้งหายไปพักนึงก็กลับมาพร้อมน้ำอัดลมและน้ำแข็งกระติกหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่นั่งคุยกัน จนจุ๋ยเริ่มจะ talk show เรื่อง บ. Organon ของมัน คนที่มีกล้องเลยแยกย้ายกันไปถ่ายรูป
แดดเริ่มแรงขึ้นจนพวกเราต้องล่าถอยจากกระท่อมกลับไปที่บ้านพักจนได้เวลาอาหารเย็น 18.00 น. อาหารที่เสริฟมี 5 จานด้วยกัน เน้นของทะเลจำพวกปลา ปลาหมึก กุ้ง ซึ่งเติมได้ไม่อั้น แต่ถ้าจะสั่งอาหารเพิ่ม เช่น บาร์บีคิว หรือปูนึ่ง ต้องเสียเงินเพิ่มต่างหาก ซึ่งพนักงานก็เป็นกันเองดีแถมยังแนะนำให้ยืมหนังสืออ่านแก้เซ็ง ดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนจึงมีหนังสือติดมือกันมาคนละ 2 – 3 เล่ม ไปนั่งพักผ่อนที่กระท่อมซึ่งตอนนี้ติดไฟไว้พร้อม เพื่อเฝ้าดูทะเลยามค่ำคืน และยังมองเห็นไฟรถยนต์บนฝั่งได้อยู่ลิบๆ จากนั้นนายจุ๋ยก็เป็นคนเปิดประเด็นคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ จนคนฟังเริ่มหาวนอนกันอย่างพร้อมเพรียง มันถึงอนุญาตให้กลับไปนอนได้
คราวนี้เราขับรถไประยองเอง ออกจากบ้าน 6.00 น. เจอฝนตกเรื่อยๆ ตลอดทาง ถึงแกลงประมาณ 11.00 น. ส่วนพวกพี่ฮุ้งกับพี่เล็กมารถอีกคันซึ่งถึงก่อนเรานานมาก (เพราะออกจากบางนา) แวะกินข้าวและเจอกันที่อ่าวไข่ มื้อนี้เลยได้กินซีฟู้ดเต็มที่ จากอ่าวไข่เราเอารถไปจอดที่ท่าเรือแหลมตาลซึ่งที่จอดรถเป็นของรีสอร์ท คิดค่าจอดคันละ 50 บาท จากนั้นก็รอเวลาที่เรือจะมารับ ซึ่งหมอปุ้มอัดยาแก้เมาเรือเข้าไปเต็มที่ (แต่เราคิดว่าคงไม่ได้ผลเหมือนทุกทีแหละ) แล้วก็จริงตามคาด นั่งเรือไปซักพัก ยัยหมอปุ้มก็เริ่มเวียนหัว หน้าซีด แต่ก็มีพวกที่เป็นเหมือนกันอยู่ 2 – 3 คน คนอื่นๆ ที่ลงเรือมาพร้อมกันส่วนใหญ่จะมากันทั้งครอบครัวทั้งอากง อาม่า และลูกเด็กเล็กแดง รวมๆ แล้วประมาณ 30 คน เห็นจะได้ เรือจะออกจากท่าทุกวันตอน 13.00 น. ใช้เวลาแล่น 45 นาที (ที่หมอปุ้มคงนึกว่า 45 ชั่วโมง) ก็ถึงเกาะ ได้ยินคนข้างๆ พูดถึงเรื่องค่าทัวร์ ทำให้เรารู้ว่ากลุ่มเราซื้อทัวร์ได้ถูกกว่าประมาณ 1,000 บาท เพราะจองแพคเกจในงานท่องเที่ยวไทย
เมื่อไปถึงจะมีเรือเล็กมารับพวกเราเข้าเกาะอีกทีหนึ่ง จากนั้นก็ขนข้าวของเข้าบ้าน ซึ่งเป็นบ้านขนาด 6 คน ข้างนอกตกแต่งด้วยไม้สานอย่างดี แต่ข้างในเป็นเตียง 2 ชั้น เตียงล่างนอนได้ฝั่งละคน ส่วนเตียงบนนอนฝั่งละ 2 คน ซึ่งพี่ฮุ้งกับพี่เล็กอาศัยความอาวุโสจับจองเตียงล่างไปก่อน ที่เจ๋งที่สุดคือห้องอาบน้ำที่แบ่งเป็น 2 ฟาก ฟากละห้อง มีเพียงปูนก่อขึ้นมากั้นไว้ ไม่มีเพดานและประตูของแต่ละห้องแต่อย่างใด มีเพียงประตูกระจกใสกั้นตัวบ้านกับห้องอาบน้ำอยู่ โชคดีที่บ้านของพวกเราอยู่ด้านในสุดซึ่งเป็นที่สูงเลยคิดว่าคงไม่มีใครมาแอบดู (และอาจจะมองเห็นบ้านที่อยู่ด้านล่างลงไปแทน..แต่ก็ผิดหวัง) พอเปิดห้องอาบน้ำเข้าไปก็เจอนกยูงเกาะอยู่ พวกเราก็เลยเฮกันไปถ่ายรูปกันใหญ่ หลังจากนั้นถึงค่อยรู้ว่ามีนกยูงอยู่เต็มเกาะไปหมด
หลังจากใช้เวลาสำรวจบ้านนานพอสมควร พวกเราก็เดินเรื่อยๆ มาที่ชายหาด ซึ่งมีกระท่อมเป็นหลังๆ ทำไว้ให้นั่งๆนอนๆ รับลม พวกพี่ฮุ้งหายไปพักนึงก็กลับมาพร้อมน้ำอัดลมและน้ำแข็งกระติกหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่นั่งคุยกัน จนจุ๋ยเริ่มจะ talk show เรื่อง บ. Organon ของมัน คนที่มีกล้องเลยแยกย้ายกันไปถ่ายรูป
แดดเริ่มแรงขึ้นจนพวกเราต้องล่าถอยจากกระท่อมกลับไปที่บ้านพักจนได้เวลาอาหารเย็น 18.00 น. อาหารที่เสริฟมี 5 จานด้วยกัน เน้นของทะเลจำพวกปลา ปลาหมึก กุ้ง ซึ่งเติมได้ไม่อั้น แต่ถ้าจะสั่งอาหารเพิ่ม เช่น บาร์บีคิว หรือปูนึ่ง ต้องเสียเงินเพิ่มต่างหาก ซึ่งพนักงานก็เป็นกันเองดีแถมยังแนะนำให้ยืมหนังสืออ่านแก้เซ็ง ดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนจึงมีหนังสือติดมือกันมาคนละ 2 – 3 เล่ม ไปนั่งพักผ่อนที่กระท่อมซึ่งตอนนี้ติดไฟไว้พร้อม เพื่อเฝ้าดูทะเลยามค่ำคืน และยังมองเห็นไฟรถยนต์บนฝั่งได้อยู่ลิบๆ จากนั้นนายจุ๋ยก็เป็นคนเปิดประเด็นคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ จนคนฟังเริ่มหาวนอนกันอย่างพร้อมเพรียง มันถึงอนุญาตให้กลับไปนอนได้

No comments:
Post a Comment